การคัดแยกแหล่งกำเนิดก๊าซเรือนกระจก (Emission Sources) ให้ครบถ้วนและถูกต้องตามมาตรฐาน ISO 14064-1 (เวอร์ชัน 2018) ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ครับ หากเราวางโครงสร้างตั้งแต่แรกได้ดี การเก็บข้อมูลและการทวนสอบ (Audit) ก็จะราบรื่น ไร้กังวลครับ
เพื่อให้หัวหน้างานและเจ้าหน้าที่ในสถานประกอบการนำไปปฏิบัติได้จริง ผมสรุปเทคนิคและขั้นตอนการคัดแยกให้เข้าใจง่าย ดังนี้ครับ
1. ปรับมุมมองการจัดกลุ่มตาม ISO 14064-1 (2018)
ลบภาพจำแบบ Scope 1, 2, 3 ออกไปก่อนครับ เพราะมาตรฐานเวอร์ชันปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้การจัดหมวดหมู่เป็น 6 Categories เพื่อความชัดเจนในการประเมินตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain)
- Category 1: Direct Emissions (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง) เช่น ปล่องระบาย, รถยนต์บริษัท, สารทำความเย็น
- Category 2: Indirect Emissions from Imported Energy (การปล่อยทางอ้อมจากพลังงานที่นำเข้า) เช่น ไฟฟ้าที่ซื้อมาใช้, ไอน้ำ
- Category 3: Indirect Emissions from Transportation (การปล่อยทางอ้อมจากการขนส่ง) เช่น รถขนส่งสินค้าของ Outsource, การเดินทางของพนักงาน
- Category 4: Indirect Emissions from Products Used by Organization (การปล่อยทางอ้อมจากสินค้า/บริการที่องค์กรซื้อมา) เช่น วัตถุดิบ, น้ำประปา, การจัดการของเสีย
- Category 5: Indirect Emissions Associated with the Use of Products (การปล่อยทางอ้อมจากการใช้ผลิตภัณฑ์ขององค์กร) เช่น พลังงานที่สินค้าใช้ขณะลูกค้าใช้งาน
- Category 6: Indirect Emissions from Other Sources (การปล่อยทางอ้อมจากแหล่งอื่นๆ)
2. เทคนิค 3 ขั้นตอน เพื่อการคัดแยกให้ “ครบ-ชัด-ไม่ตกหล่น”
ขั้นตอนที่ 1: กำหนดขอบเขตองค์กร (Boundary Setting)
ก่อนจะหาแหล่งกำเนิด ต้องเคลียร์ให้ชัดก่อนว่าเราจะคิดคาร์บอนของพื้นที่ไหนบ้าง โดยเลือกแนวทางใดแนวทางหนึ่ง:
- Control Approach: คิดเฉพาะกิจกรรมในพื้นที่หรือสินทรัพย์ที่เรามีอำนาจควบคุม (แนะนำสำหรับมือใหม่ เพราะเก็บข้อมูลง่ายที่สุด)
- Equity Share Approach: คิดตามสัดส่วนการถือหุ้นในกิจการนั้นๆ
ขั้นตอนที่ 2: ใช้เทคนิค “เดินตามกระบวนการ” (Process Flow Mapping)
ห้ามใช้วิธีนั่งนึกเอาในห้องประชุมเด็ดขาดครับ ให้ใช้แผนผังกระบวนการผลิตหรือการบริการ (Process Flow) แล้วเดินสำรวจ (Gemba Walk) ไปตามจุดต่างๆ โดยตั้งคำถาม 3 ข้อนี้ในทุกๆ จุด:
- มีอะไรเผาไหม้ไหม? (เชื้อเพลิง, แก๊สหุงต้ม, น้ำมันดีเซลเครื่องปั่นไฟ) >> Category 1
- มีอะไรเสียบปลั๊กไหม? (เครื่องจักร, แอร์, คอมพิวเตอร์) >> Category 2
- มีอะไรเข้า-ออกพื้นที่ไหม? (รถขนส่งวัตถุดิบ, ขยะที่วิ่งออกไปทิ้ง, สารเคมี) >> Category 3, 4
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบ “แหล่งปล่อยที่มักถูกลืม” (The Hidden Sources)
จากประสบการณ์การตรวจประเมิน จุดที่องค์กรมักตกหล่นและถูก Auditor ออกใบ CAR บ่อยที่สุดมีดังนี้ครับ:
- สารทำความเย็นรั่วไหล (Fugitive Emissions): เติมน้ำมันยาแอร์ในระบบทำความเย็น หรือระบบปรับอากาศประจำปี เท่าไหร่ ต้องนำมาคิดด้วย
- ระบบบำบัดน้ำเสีย (Wastewater Treatment): หากโรงงานมีระบบบำบัดน้ำเสียเอง (โดยเฉพาะแบบไร้อากาศ – Anaerobic) จะมีการปล่อยแก๊สมีเทน ($CH_4$) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่รุนแรง
- เครื่องสำรองไฟ (Generator / Fire Pump): การสตาร์ททดสอบเครื่องยนต์ประจำสัปดาห์/ประจำเดือน มีการใช้น้ำมันดีเซล ตรงนี้ก็เป็นแหล่งปล่อยทางตรงครับ
3. ตารางสรุปหน้างาน (Checklist สำหรับคัดแยก)
เพื่อให้เห็นภาพและนำไปติ๊กถูกหน้างานได้ง่ายขึ้น ลองใช้ตารางนี้เป็นแนวทางครับ:
| หมวดหมู่ (ISO 14064-1) | แหล่งกำเนิดก๊าซเรือนกระจก (ตัวอย่างในโรงงาน/สำนักงาน) | เอกสารหลักฐานที่ต้องเตรียมเก็บข้อมูล |
| Category 1 (ทางตรง) | • โฟล์คลิฟต์แก๊ส/น้ำมัน, รถผู้บริหาร • Boiler, Generator, Fire pump • การเติมน้ำยาแอร์ประจำปี • ระบบบำบัดน้ำเสียแบบปิด | • บิลค่าน้ำมัน, ใบเสร็จซื้อแก๊ส LPG • รายงานการบำรุงรักษา (PM) แอร์ • สูตรคำนวณ COD/BOD ของน้ำเสีย |
| Category 2 (พลังงาน) | • กระแสไฟฟ้าที่ซื้อจากการไฟฟ้า (MEA/PEA) • พลังงานความร้อน/ไอน้ำที่ซื้อจากนิคมฯ | • บิลค่าไฟฟ้าประจำเดือน |
| Category 3 (ขนส่ง-ทางอ้อม) | • รถขนส่งสินค้าของ Third Party • การเดินทางไปทำงานของพนักงาน (Commuting) | • ข้อมูลระยะทาง (km) หรือ ปริมาณน้ำมันที่ผู้รับเหมาใช้ |
| Category 4 (สินค้าที่ซื้อ) | • วัตถุดิบหลัก (เช่น เม็ดพลาสติก, แป้งมัน) • การใช้น้ำประปา • ขยะที่ส่งไปฝังกลบหรือเผาทำลาย | • บิลค่าน้ำประปา • ใบชั่งน้ำหนักขยะ (Manifest) |
💡 ข้อแนะนำ: > สำหรับ Category 3 ถึง 6 (Indirect Emissions) มาตรฐานอนุญาตให้เราทำ “Significance Assessment” หรือการประเมินความสำคัญได้ครับ หมายความว่า แหล่งปล่อยไหนที่ข้อมูลหาได้ยากมาก และเมื่อประเมินคร่าวๆ แล้วมีสัดส่วนไม่ถึง 1-5% ของทั้งหมด องค์กรสามารถกำหนดเกณฑ์เพื่อ “ยกเว้น (Exclude)” ไม่นำมารวมในการคำนวณใหญ่ได้ครับ เพื่อไม่ให้เป็นภาระหน้างานจนเกินไป แต่ต้องเขียนอธิบายเหตุผลไว้ในข้อกำหนด (Procedure) ให้ชัดเจนครับ















