การคัดแยก แหล่งกำเนิดก๊าซเรือนกระจก (Emission Sources) ให้ครบถ้วนและถูกต้องตามมาตรฐาน ISO 14064-1 ถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ครับ เพราะถ้าเราตั้งต้น “หาแหล่งปล่อย” ไม่ครบถ้วน บัญชีเรือนกระจกของเราก็จะขาดความน่าเชื่อถือทันที
เพื่อให้หัวหน้างานและเจ้าหน้าที่ในสถานประกอบการนำไปปฏิบัติได้จริง มารู้จักเทคนิคการคัดแยกแบบมืออาชีพที่เข้าใจง่ายกันครับ
1. เปลี่ยนวิธีคิด: มอง 3 มิติ (Process, Place, People)
แทนที่จะเดินสุ่มตรวจในโรงงาน ให้ใช้หลักการ 3P ในการไล่เช็กเพื่อไม่ให้ตกหล่น:
- Process (กระบวนการ): ไล่ดูตั้งแต่ไลน์ผลิต, ระบบสนับสนุน (Utility) เช่น Boilers, Chillers, ไปจนถึงระบบบำบัดน้ำเสียและของเสีย
- Place (พื้นที่): กางแผนผังโรงงาน (Layout) แล้วเดินไล่ดูทุกอาคาร รวมถึงคลังสินค้า, อาคารสำนักงาน, ป้อมยาม, และโรงอาหาร
- People (กิจกรรมของคน): ดูการเดินทางของพนักงาน, การเดินทางไปติดต่อธุรกิจ, และกิจกรรมของผู้รับเหมาที่เข้ามาในพื้นที่
2. จัดกลุ่มตามหมวดหมู่ใหม่ของ ISO 14064-1
(หมายเหตุ: ISO 14064-1 เวอร์ชั่นปัจจุบัน ได้เปลี่ยนจากการเรียก Scope 1, 2, 3 มาเป็น Category 1 – 6 เพื่อให้จำแนกตามลักษณะกิจกรรมได้ชัดเจนขึ้น)
Category 1: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง (Direct Emissions)
จุดนี้อยู่ในรั้วโรงงานและเราเป็นเจ้าของเอง แบ่งเป็น 4 ประเภทย่อยที่ต้องเช็ก:
- Stationary Combustion (การเผาไหม้กับที่): หม้อน้ำ (Boiler), เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Generator), เตาเผา (Furnace)
- Mobile Combustion (การเผาไหม้เคลื่อนที่): รถโฟล์คลิฟท์ (Forklift), รถส่วนกลางของบริษัทที่ใช้น้ำมัน
- Process Emissions (จากกระบวนการผลิต): ปฏิกิริยาเคมีในกระบวนการ (ถ้ามี) เช่น การใช้วิธีทางเคมี หรือกระบวนการบำบัดน้ำเสียแบบไม่ใช้ออกซิเจน
- Fugitive Emissions (การรั่วซึม): เติมน้ำยาแอร์ในระบบปรับอากาศ, น้ำยาทำความเย็นใน Chiller, หรือถังดับเพลิงชนิด CO2
Category 2: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (Indirect Emissions from Imported Energy)
- พลังงานที่ซื้อมา: พลังงานไฟฟ้าที่ซื้อจากการไฟฟ้า (กฟน./กฟภ.) หรือไอน้ำ/ลมร้อนที่ซื้อจากโรงงานข้างเคียง
Category 3 – 6: การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (Other Indirect Emissions)
ตรงนี้คือจุดที่มักจะตกหล่นกันมากที่สุด ให้เลือกคัดแยกเฉพาะ นัยสำคัญ (Significance) ต่อองค์กร เช่น:
- Category 3 (การเดินทาง): รถบัสรับส่งพนักงาน, การเดินทางไปดูงาน/ติดต่อธุรกิจ (Business Travel)
- Category 4 (สินค้า/บริการที่ซื้อมา): วัตถุดิบหลักที่ใช้ในโรงงาน, การจัดการของเสีย/ขยะที่ส่งออกไปกำจัดภายนอก
- Category 5 (การใช้ผลิตภัณฑ์): การนำของเสียจากผลิตภัณฑ์ไปบำบัดหลังสิ้นอายุไข (ถ้าองค์กรต้องรับผิดชอบ)
- Category 6 (อื่นๆ): แหล่งหมวดหมู่อื่นที่จำแนกไม่ได้
3. เทคนิค “Cross-Check” ยันข้อมูล (Prevent Missing Sources)
เพื่อความมั่นใจว่าเราเก็บ Emission Sources ได้ครบถ้วน ให้ทำ Double-Check ร่วมกับเอกสารเหล่านี้:
| แหล่งข้อมูลสำหรับ Cross-Check | สิ่งที่มักจะเจอ (Emission Source) |
| บัญชีทรัพย์สิน (Asset Register) | รายชื่อเครื่องจักร, ยานพาหนะ, เครื่องปรับอากาศทั้งหมด |
| ใบเสร็จ/บัญชีค่าใช้จ่าย (Financial Records) | บิลค่าไฟ, ค่าน้ำมัน, ค่าเช่ารถ, ค่าจ้างกำจัดขยะ |
| รายงานสถิติความปลอดภัย/ซ่อมบำรุง | ประวัติการเติมน้ำยาแอร์, ประวัติการเติมน้ำมัน Generator |
💡 ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ (Practical Tip):
ในการเริ่มต้นทำปีแรก ให้โฟกัสที่ Category 1 และ 2 ให้เป๊ะ 100% ก่อน ส่วน Category 3-6 (ทางอ้อม) ให้ตั้ง “เกณฑ์การประเมินความมีนัยสำคัญ (Significance Criteria)” ขึ้นมา เช่น เลือกเฉพาะกิจกรรมที่มีมูลค่าการจัดซื้อสูง หรือส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่หน้างานโหลดงานจนเกินไปครับ















