ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์จากความจุของรถบรรทุก

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์จากความจุของรถบรรทุก (Factors affecting the utilization of truck capacity) สามารถแบ่งออกเป็นข้อจำกัด 5 ประเภทหลักตามที่ระบุในแหล่งข้อมูล ดังนี้

1. ข้อจำกัดด้านตลาด (Market-related constraints)

ความผันผวนของอุปสงค์ (Demand fluctuations): ปริมาณการขายสินค้ามักมีความผันผวนเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือตามฤดูกาล ทำให้ผู้ประกอบการต้องเตรียมความจุรถไว้รองรับช่วงที่มีความต้องการสูงสุด ซึ่งจะทำให้เหลือพื้นที่ว่างในรถในช่วงเวลาอื่นๆ

การขาดข้อมูลโอกาสในการบรรทุก (Lack of knowledge of loading opportunities): โอกาสในการหาสินค้าบรรทุกขากลับ (Backload) มักจะสูญเสียไป เนื่องจากขาดการสื่อสารและตัวกลางเชื่อมโยงข้อมูลที่ดีระหว่างผู้ให้บริการขนส่งและผู้ที่ต้องการจัดส่งสินค้า

ความไม่สมดุลของปริมาณการขนส่งทางภูมิศาสตร์ (Geographical imbalances in traffic flow): ปริมาณสินค้าที่ถูกขนส่งไปและกลับระหว่างคู่ภูมิภาคหรือประเทศมักจะไม่สมดุลกัน ส่งผลให้เป็นเรื่องยากที่จะหาสินค้าบรรทุกตีกลับ และทำให้เกิดการวิ่งรถเปล่าโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้

2. ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ (Regulatory constraints)

กฎระเบียบด้านขนาดและน้ำหนักของยานพาหนะ (Vehicle size and weight restrictions): ข้อจำกัดทางกฎหมายทำให้รถบรรทุกมักจะมีปัญหาพื้นที่ปริมาตรเต็มก่อนที่น้ำหนักจะถึงขีดจำกัด หรือน้ำหนักถึงขีดจำกัดสูงสุดก่อนที่พื้นที่ความจุจะเต็ม (โดยเฉพาะเมื่อสินค้ามีความหนาแน่นเฉลี่ยลดลง)

กฎระเบียบด้านสุขภาพและความปลอดภัย (Health and safety regulations): มักมีการจำกัดความสูงในการจัดเรียงสินค้าบนรถเพื่อลดความเสี่ยงที่ผู้ปฏิบัติงานจะได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทำให้ไม่สามารถใช้พื้นที่ความจุแนวตั้งได้อย่างเต็มที่

3. ข้อจำกัดระหว่างสายงานและห่วงโซ่อุปทาน (Inter-functional constraints)

การจัดส่งแบบทันเวลาพอดี (Just-in-time delivery): การพยายามลดสินค้าคงคลังและเน้นการจัดส่งที่ซิงโครไนซ์กับเวลาอย่างเคร่งครัดในปริมาณน้อยๆ ทำให้ต้องยอมสละการใช้ประโยชน์จากความจุของรถบรรทุกเพื่อแลกกับความยืดหยุ่นและการประหยัดพื้นที่คลังสินค้า

การขาดการประสานงานข้ามสายงาน (Lack of inter-functional coordination): โครงสร้างการทำงานแบบแยกส่วนทำให้ขาดการสื่อสาร เช่น ฝ่ายขายอาจรับปากลูกค้าให้จัดส่งในเงื่อนไขที่ทำให้รถบรรทุกไม่เต็ม หรือฝ่ายจัดซื้อกับฝ่ายโลจิสติกส์ไม่ประสานงานกันทำให้พลาดโอกาสในการนำรถไปบรรทุกสินค้าขากลับ

ตารางการจัดส่งที่ไม่น่าเชื่อถือ (Unreliability in logistics schedules): ความล่าช้าจากการจราจรติดขัด หรือการรอคิวที่จุดรับส่งสินค้า ทำให้ผู้ประกอบการมักให้ความสำคัญกับสินค้าขาไปและไม่กล้ารับงานบรรทุกสินค้าขากลับ เพราะกลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อรอบการจัดส่งสินค้าในรอบถัดไป

4. ข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructural constraints)

พื้นที่จัดเก็บจำกัดที่ปลายทาง (Capacity constraints at company premises): ขนาดของคำสั่งซื้อและการจัดส่งมักถูกจำกัดด้วยพื้นที่รับสินค้าหรือห้องเก็บของ (Back-room) ตามร้านค้าหรือโรงงานปลายทางที่มีขนาดเล็กลง ทำให้รถบรรทุกไม่สามารถโหลดสินค้าในปริมาณมากๆ ต่อครั้งเพื่อใช้ความจุให้เต็มที่ได้

5. ข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และยานพาหนะ (Equipment-related constraints)

ความไม่เข้ากันของยานพาหนะและสินค้า (Incompatibility of vehicles and products): รถบรรทุกบางประเภทถูกออกแบบมาเฉพาะกิจ ทำให้บรรทุกสินค้าได้เพียงบางชนิดเท่านั้น เช่น รถบรรทุกของเหลวไม่สามารถบรรทุกพาเลทได้ หรือรถที่ไม่มีเครื่องทำความเย็นก็ไม่สามารถรับของแช่เย็นได้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดอย่างยิ่งในการหาสินค้าบรรทุกขากลับ

การออกแบบบรรจุภัณฑ์และอุปกรณ์ขนถ่าย (Design of packaging and handling equipment): รูปทรง ขนาด และความสามารถในการจัดซ้อนทับของบรรจุภัณฑ์อาจส่งผลให้การใช้พื้นที่ในรถไม่มีประสิทธิภาพ และในหลายครั้งบริษัทก็ยอมเสียพื้นที่ความจุในรถเพื่อแลกกับความรวดเร็วและง่ายดายในการยกของขึ้นลง

แม้การที่รถบรรทุกมีพื้นที่ว่างอาจดูเหมือนการสูญเสีย แต่ในบางกรณีก็เป็น การตัดสินใจที่สมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์เพื่อแลกกับเป้าหมายอื่นขององค์กร เช่น การลดต้นทุนสินค้าคงคลัง หรือการเพิ่มผลิตภาพของพนักงาน อย่างไรก็ตาม หากบริษัทสามารถบูรณาการความร่วมมือและหาทางผ่อนปรนข้อจำกัดเหล่านี้ได้ จะช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการใช้รถบรรทุก ซึ่งส่งผลดีอย่างมหาศาลทั้งในด้านการลดต้นทุนทางเศรษฐกิจและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 

Scroll to Top